top of page
สมาร์ทโฮม
สมาร์ทโฮม
Tel

IHOUSE SMART HOME (THAILAND) CO., LTD.

iHouse SmartHome
Tel

เทคนิคติดไฟดาวน์ไลท์ ห่างกันกี่เมตร ให้บ้านสวยเหมือนโรงแรม พร้อมสูตรคำนวณระยะที่ถูกต้อง

  • รูปภาพนักเขียน: I house smart home
    I house smart home
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ติดไฟดาวน์ไลท์ ห่างกันกี่เมตร คือคำถามสำคัญในการออกแบบแสงสว่าง โดยสูตรคำนวณพื้นฐานคือ ระยะห่างระหว่างโคม = ความสูงฝ้าเพดาน / 2 (เช่น ฝ้าสูง 2.6 เมตร ควรติดห่างกันประมาณ 1.3 - 1.5 เมตร) และควรเว้นระยะห่างจากผนังประมาณ 0.5 - 0.8 เมตร เพื่อให้แสงกระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่เกิดมุมมืด และไม่เกิดแสงสะท้อนที่รบกวนสายตา (Glare)

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเดินเข้าล็อบบี้โรงแรมหรือบ้านตัวอย่าง ถึงรู้สึกว่า "บ้านสวยจัง" ทั้งที่เฟอร์นิเจอร์ก็คล้ายๆ กัน? คำตอบคือ "การจัดวางแสงไฟ" (Lighting Layout) ครับ การติดตั้ง ไฟดาวน์ไลท์ ไม่ใช่แค่การเจาะรูฝ้าแล้วใส่โคมไฟเข้าไปให้จบๆ ไป แต่คือศิลปะการเล่นกับแสงและเงา การวางตำแหน่งผิดเพียงไม่กี่เซนติเมตรอาจทำให้ห้องดูแคบ หรือเกิดเงาตกกระทบใบหน้าจนดูหมองได้ บทความนี้ iHouse Smarthome จะมาแชร์เทคนิคระดับ Interior Designer ในการจัดวางตำแหน่งโคมไฟ เพื่อเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้ดูมีมิติและหรูหราขึ้นทันตา


ติดไฟดาวน์ไลท์ ห่างกันกี่เมตร
ihose smart home

ติดไฟดาวน์ไลท์ ห่างกันกี่เมตร และคำนวณจำนวนโคมอย่างไรไม่ให้พลาด?

คำตอบ: สูตรง่ายๆ คือใช้ Lumen Method หรือกะเกณฑ์จากความสูงฝ้า สำหรับห้องทั่วไปขนาด 4x4 เมตร ฝ้าสูง 2.6 เมตร มักใช้ ไฟดาวน์ไลท์ ขนาด 9-12 วัตต์ จำนวน 4-6 ดวง โดยเว้นระยะห่างแต่ละดวงประมาณ 1.2 - 1.5 เมตร

การวางตำแหน่งไฟคือกระดุมเม็ดแรกที่ต้องติดให้ถูก

  • ระยะห่างระหว่างโคม: หากติดถี่เกินไป เพดานจะดูรกเหมือนรังผึ้ง (Swiss Cheese Effect) และแสงจะจ้าเกินจำเป็น แต่ถ้าติดห่างเกินไปจะเกิด "จุดดำ" (Dark Spot) ระหว่างโคม ทำให้ห้องดูมัว

  • ระยะห่างจากผนัง: อย่าติดชิดผนังเกินไปเพราะจะเห็นรอยคลื่นของสีทาผนังที่ไม่เรียบ แนะนำให้เว้นออกมาประมาณ 60-80 ซม. ยกเว้นคุณตั้งใจจะทำ Wall Washing (สาดแสงเข้าผนัง) เพื่อโชว์ Texture หรือรูปภาพ

จัดไฟแบบไหนให้ห้องดูมีมิติ ไม่แบนราบ (Flat Lighting)?

คำตอบ: หลีกเลี่ยงการติดไฟแบบ Grid (ตาราง) ทั่วทั้งห้องเพียงอย่างเดียว แต่ควรผสมผสาน Ambient Light (แสงพื้นฐาน) เข้ากับ Accent Light (แสงเน้นจุด) โดยใช้ Smart Downlight ที่ปรับองศาหรือหรี่แสงได้ เพื่อสร้างจุดสนใจ

ปัญหาของบ้านส่วนใหญ่คือ "สว่างเท่ากันทั้งห้อง" ทำให้บรรยากาศดูน่าเบื่อเหมือนออฟฟิศ

  • Layering Light: ลองใช้ ไฟดาวน์ไลท์ หน้ากลมกระจายแสงทั่วไป (General Lighting) คู่กับโคมไฟดาวน์ไลท์แบบปรับมุมได้ (Adjustable Downlight) เพื่อส่องเน้นกรอบรูป แจกัน หรือผนังตกแต่ง การมีพื้นที่สว่างและพื้นที่มืด (Light & Shadow) จะทำให้บ้านดูแพงและมีมิติขึ้นทันที

การเลือกตำแหน่งไฟใน "ห้องนอน" และ "ห้องนั่งเล่น" ต่างกันอย่างไร?

คำตอบ: ต่างกันที่ "จุดโฟกัส" ครับ ห้องนอน ห้ามติดไฟตรงกับตำแหน่งหมอน เด็ดขาด เพราะแสงจะแยงตาเวลานอน ส่วนห้องนั่งเล่นควรเน้นไฟบริเวณ Coffee Table และเว้นระยะหน้าทีวีเพื่อไม่ให้แสงสะท้อนจอ

การวางตำแหน่งผิดที่ ส่งผลต่อการใช้งานโดยตรง

  • Bedroom Layout: ควรติด ไฟดาวน์ไลท์ ไว้ที่ปลายเตียง หรือด้านข้างเตียงแทน หรือใช้ Smart Downlight ที่หรี่แสงได้เพื่อลดความจ้า

  • Living Room Layout: ระวังอย่าติดไฟตรงกับตำแหน่งศีรษะของโซฟาตรงๆ เพราะจะทำให้เกิดเงาใต้ตาเวลาถ่ายรูป หรือร้อนศีรษะ ควรขยับมาอยู่ด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อให้แสงตกกระทบลงบนโต๊ะกลาง

เทคนิคแก้ปัญหา "แสงแยงตา" (Glare) ด้วยการเลือกโคมที่ถูกต้อง

คำตอบ: ควรเลือกโคมไฟที่มีค่า UGR (Unified Glare Rating) ต่ำ หรือแบบที่มีหน้าโคมลึก (Deep Recessed) เพื่อซ่อนหลอดไฟไม่ให้เห็นแสงจ้าโดยตรงเมื่อมองจากด้านข้าง

ความสวยงามต้องมาพร้อมความสบายตา การเลือก downlight ที่หน้าโคมตื้นเกินไปจะทำให้แสงฟุ้งกระจายรบกวนสายตา

  • Anti-Glare Design: โคมไฟดาวน์ไลท์รุ่นใหม่ของ iHouse ออกแบบให้ตัวหลอดอยู่ลึกเข้าไปในโคม (Anti-glare) ทำให้เวลาเรานั่งบนโซฟาจะไม่เห็นเม็ดไฟโดยตรง แต่ยังได้รับความสว่างที่นุ่มนวลตกกระทบลงมาที่พื้น

ทำไม Smart Downlight ถึงเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาการจัดวางที่ผิดพลาดได้?

คำตอบ: เพราะบางครั้งเราเจาะฝ้าไปแล้วแก้ไขยาก การใช้ Smart Downlight ช่วยให้คุณปรับแต่งแสงภายหลังได้ เช่น หากติดไฟเยอะเกินไปก็สามารถสั่ง Dimming (หรี่แสง) ลงได้ หรือถ้าอยากแบ่งโซนห้องก็สามารถใช้การปรับสี (Color Zoning) ช่วยแบ่งพื้นที่ได้โดยไม่ต้องกั้นห้อง

Smart Downlight คือทางออกที่ยืดหยุ่นที่สุดสำหรับงานออกแบบแสงสว่าง

  • Flexibility: สมมติว่าคุณติดไฟไว้กลางห้องทำงาน แต่แสงขาวจ้าเกินไปตอนกลางคืน คุณสามารถปรับให้เป็นแสงเหลืองอุ่นๆ (Warm White) ได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน iHouse โดยไม่ต้องปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ

สรุป Checklist: เทคนิคติด ไฟดาวน์ไลท์

เพื่อให้ช่างไฟทำงานได้ถูกต้อง นี่คือสรุปเทคนิคการติดตั้ง:

  • Spacing: ระยะห่างระหว่างโคม = ความสูงฝ้า ÷ 2 (ประมาณ 1.2-1.5 เมตร)

  • Wall Distance: เว้นห่างจากผนัง 0.5-0.8 เมตร

  • Bedroom: ห้ามติดตรงตำแหน่งหัวนอน/หมอน

  • TV Area: เว้นระยะหน้าทีวี ป้องกันแสงสะท้อนจอ

  • Type: ใช้ Smart Downlight เพื่อปรับแสงและหรี่ไฟได้ตามต้องการ

  • Glare Control: เลือกโคมหน้าลึก (Deep Recessed) เพื่อความสบายตา

เนรมิตบ้านสวยด้วยการออกแบบแสงสว่างจาก iHouse Smarthome

เมื่อคุณรู้เทคนิคการจัดวางและระยะห่างของ ไฟดาวน์ไลท์ แล้ว คุณจะสามารถคุมงานช่างให้ติดตั้งได้อย่างถูกต้อง

แต่ถ้าคุณยังไม่มั่นใจ หรืออยากได้การออกแบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด iHouse Smarthome พร้อมดูแลคุณ เรามีทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้าน Lighting Design พร้อมให้คำปรึกษาการวางตำแหน่งโคมไฟ และแนะนำรุ่น Smart Downlight ที่เหมาะสมกับพื้นที่ของคุณ เพื่อให้บ้านออกมาสวย หรูหรา และใช้งานได้จริง ปรึกษาเราวันนี้ ออกแบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!


ihose smart home

ความคิดเห็น


bottom of page